กล้อง IP กับกล้อง AHD ต่างกันยังไง ?

อยากติดกล้องวงจรปิด แต่ไม่รู้ว่ากล้องแต่ละแบบเป็นยังไง ฟังก์ชั่นต่างกันไหม และมีแบบไหนบ้าง

หลายคนคงเคยได้ยิน ทั้งกล้อง Analog บ้าง กล้องAHD บ้าง หรือแม้แต่กล้อง IP ….วันนี้ SatPP จะมาไขข้อสงสัยกับเพื่อนๆกันนะคะ ว่ากล้องแต่ละประเภท ต่างกันยังไง และแบบไหนที่เหมาะกับเพื่อนๆบ้าง

  1. กล้องวงจรปิดแบบ Analog

กล้องประเภทนี้นับเป็นประเภทที่ประหยัดที่สุดในบรรดากล้องวงจรปิดทุกประเภทเลยก็ว่าได้ แต่แน่นอน คุณภาพกับราคาก็เป็นของที่คู่กัน ถ้าเทียบกันระหว่างกล้องAHD กับกล้องIP กล้องAnalog จะมีข้อจำกัดที่พบชัดเจนเลย เช่น ความละเอียดของภาพจะต่ำกว่า เนื่องจากสายสัญญาณถูกคลื่นรบกวน ทำให้ภาพที่ได้ไม่ชัด ความปลอดภัยจะน้อยกว่า เพราะไม่มีการเข้ารหัสของข้อมูล ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ระยะทางจะได้ไม่ไกลเท่ากล้องAHD กับกล้องAnalog แต่เมื่อพูดถึงปัญหา ปัญหาของกล้องAnalogจะน้อยที่สุด เนื่องจากว่าระบบAnalog ถูกพัฒนามามาก จนแทบจะเรียกได้ว่าอยู่ในช่วงสุดท้ายของเทคโนโลยีของระบบAnalog แล้ว ทำให้ปัญหาต่างๆถูกแก้ไขไปจนหมด

2. กล้องวงจรปิดแบบ AHD

กล้องวงจรปิด AHD หรือเรียกง่ายๆว่า HD เป็นกล้องประเภทที่ต้องเดินสายแบบเดิม คือใช้สาย Coaxial(สายRG-6ที่ใช้เดินกับกล้องAnalog) เป็นกล้องที่พัฒนามาจากกล้อง Analog ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในระดับ HD 720p(1280 x 720) และHD 1080p (1920×1080) โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากเทคโนโลยี Y/C ของระบบภาพ TV, เทคโนโลยีการกรองสัญญาณ ,เทคโนโลยีการลดสัญญาณรบกวน 3D Noise ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดสูง และระบบ AHD จะไม่มีการบีบอัดหรือการเข้ารหัสทำให้ภาพที่ได้เป็น Real-Time ไม่มีการหน่วงของสัญญาณในการส่งสัญญาณ กล้องประเภทนี้เหมาะกับงานที่ติดตั้งไม่มากจุดนัก เพราะต้องเดินสายแต่ละจุด 1 จุด = เดินทีละ 1 เส้น รองรับได้มากสุดไม่เกิน 50 จุด

3. กล้องวงจรปิดแบบ IP

กล้องประเภทนี้ ราคาจะค่อนข้างสูงกว่ากล้อง 2 ประเภทก่อนหน้านี้ กล้องวงปิดแบบ IP เป็นกล้องที่ต้องตั้งค่า IP ผ่านระบบเครือข่าย เพื่อกำหนดตัวตนในการแสดงภาพ และต้องอาศัยสายชนิด LAN หรือ CAT5 มาเป็นตัวต่อเชื่อมต่อ หรือบางรุ่นอาจใช้เป็นแบบไร้สายได้ ระบบนี้มีราคาแพง และต้องอาศัยความรู้มากกว่าในการเซ็ตระบบ ข้อดีของกล้องประเภทนี้คือ คุณภาพสูง เนื่องจากกล้อง IP แต่ละตัวทำงานแยกอิสระ ไม่ได้ส่งภาพไปประมวลผลที่ตัวกล้อง ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพ “เต็มที่” ไม่อั้นที่ DVR อีกต่อไป ทั้งนี้กล้อง IP สามารถใช้ร่วมกับระบบ LAN ที่มีอยู่แล้วได้โดยไม่ต้องเดินสายใหม่ ทำให้ลูกค้าที่มีสาย LAN อยู่แล้ว ค่อนข้างสะดวกถ้าหากจะติดกล้องประเภทนี้ และสามารถเพิ่มจำนวนกล้องได้ง่ายโดยไม่มีข้อจำกัดของ DVR เลย แต่ที่สำคัญที่สุด กล้องประเภทนี้ไม่สามารถใช้ร่วมยี่ห้อกันได้ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากระบบถูกพัฒนาในหลายๆฝ่าย ทำให้มีหลายมาตรฐาน จึงไม่สามารถใช้กล้องที่มี Protocal ต่างกันคุยกันได้ พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ “ข้ามยี่ห้อไม่ได้” นั่นเอง

จบไปแล้วกับข้อมูลคร่าวๆ ของกล้องทั้ง 3 ประเภท หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคุณลูกค้าทุกท่านนะคะ ทั้งนี้ จะเลือกกล้องประเภทไหน ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณลูกค้า แต่กล้องวงจรปิดเป็นสินค้าที่ใช้ระยะยาว การเลือกก็ควรเลือกให้คุ้มค่า คุ้มราคา และคุ้มคุณภาพ จะดีที่สุดนะเจ้าคะ